ฉีดวัคซีนฟรี
MED4U

เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน

552 จำนวนผู้เข้าชม |

19/12/2023


เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน

แม้โควิด-19 จะเริ่มซาลง ทุกคนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านกันมากขึ้น แต่ โควิด-19 ก็ยังคงเป็นโรคที่มีการพัฒนาเชื้อสายพันธุ์ใหม่อยู่เรื่อย ๆ ดังนั้น เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของเด็ก ๆ ในการดูแลของคุณ การฝึกและเตรียมพร้อมให้พวกเขารู้จักการรับมือ และปฏิบัติตัวกับสภาพแวดล้อมยุคที่ โรคระบาด อาจกลับมาได้ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 5 วิธีการเตรียมพร้อมลูกรักให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด

1. ล้างมือถูกต้อง ปกป้องรอบด้าน โควิดเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้จาก สารคัดหลั่ง สถานการณ์ทั่วไปที่พบเห็นได้บ่อย เช่น การนำมือป้องปากเมื่อมีอาการไอจามแล้วหลังจากนั้นนำมือนั้นไปสัมผัสลูกบิดประตู ซึ่งเด็ก ๆ อาจมีนิสัยระวังตัวไม่เท่าผู้ใหญ่ เมื่อสัมผัสลูกบิดแล้วอาจนำมือมาขยี้ตาต่อได้ การสร้างนิสัยและสอนวิธีการล้างมืออย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ชัวร์และดีที่สุด ในทางกลับกันหากเด็ก ๆ ต้องเล่นกับเพื่อน การให้เด็ก ๆ เล่นกันในระยะ 1 ช่วงแขนและสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาก็เป็นวิธีการที่ช่วยได้มาก แม้จะทำได้ยากก็ตาม

2. ภูมิคุ้มกันของร่างกาย สร้างได้ง่าย ๆ จากคนในครอบครัวสถาบันครอบครัว คือ จุดเริ่มต้นของทุกคน ดังนั้น ครอบครัวจึงต้องให้ความรู้ของโรคแบบเข้าใจง่ายให้แก่เด็ก ๆ รวมถึงการสร้าง ภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย ก็เริ่มสร้างได้ตั้งแต่ในครอบครัวเช่นกัน ภูมิคุ้มกันที่ดีจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเด็กได้มีโภชนาการที่ดีมีสารอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนอย่างเพียงพอและมีการออกกำลังกายที่เหมาะสม แต่ปัญหายอดฮิตของเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป คือ การเลือกกิน ดังนั้น บทความนี้จึงขอแนะนำให้ผู้ปกครองให้เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในการเตรียมอาหาร เช่น ช่วยล้างผัก พอทำอาหารเสร็จ ก็มีแนวโน้มที่เขาจะกินมากขึ้นเพราะเป็นฝีมือตัวเอง ส่วนนมอาจจะให้เพียงดื่มวันละ 2-3 กล่อง (250 ซีซี) ก็เพียงพอ ด้านการให้ความรู้แนะนำว่าควรใช้การเล่าด้วยภาพ และการสอนที่สนุกสนาน สุดท้ายนี้ตัวผูปกครองก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี อาจเริ่มจากการพาเขาล้างมือทุกครั้งก่อนทานอาหาร หรือ การไม่นำมือมาสัมผัสใบหน้าขณะทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ

3. เตรียมอาวุธพร้อมใช้ แต่นำไปเท่าที่จำเป็นปัจจุบันมีอุปกรณ์ป้องกันดีไซน์น่ารักที่เหมาะกับการใช้ในเด็กอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุดนั้นมีเพียง 2 สิ่งนั้นคือ หน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์เท่านั้น หน้ากากอนามัยนั้นก็ควรเตรียมให้เหมาะสมกับอายุของเด็ก แต่ WHO แนะนำว่าถ้าอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ควรให้อยู่แต่บ้านและไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยเพราะการใส่หน้ากากอนามัยที่ไม่ถูกวิธีอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงแก่ตัวเด็ก รวมถึงมีงานวิจัยที่ชี้ว่า การใส่หน้ากากในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบเพิ่มโอกาสในการขาดออกซิเจน ผู้ปกครองจึงควรให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนน้อง ๆ ที่อายุ 12 ปีขึ้นไป สามารถใส่แบบผู้ใหญ่ได้ โดยวิธีที่ถูกต้องก่อนเริ่มใส่หน้ากากอนามัย คือ ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนแล้วค่อยใส่หน้ากาก ใส่ให้ถูกด้าน ปิดจมูกและปากให้มิดชิด

4. เสริมสร้างสายสัมพันธ์ พัฒนาสุขภาพจิต สุขภาพจิตก็มีความสำคัญไม่แพ้กับสุขภาพกาย จากสถานการณ์การกักตัวที่ผ่านมาอาจทำให้เด็กมี ความเครียด จาก การกักตัว อยู่แต่บ้าน ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตตามปกติ ดังนั้น ครอบครัวจึงต้องมีการพูดคุยสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างกันให้มากขึ้น เพราะ การพูดคุยกันบ่อย ๆ ย่อมทำให้ผู้ปกครองเข้าใจเด็กได้มากขึ้นในเรื่องต่าง ๆ ผู้ปกครองควรใช้การสะท้อนความรู้สึก คือ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ให้เปิดใจ รับฟังเขาก่อน ไม่ตัดสินเขา ทำให้เขาวางใจตั้งแต่เด็กยังเล็ก ๆ เขาจะรู้สึกว่าเราเป็นที่พึ่งให้เขาได้ เขาก็จะกล้ามาเล่าอะไรให้เราฟังมากขึ้น

5. เด็กจะปลอดภัยเมื่อครอบครัวปลอดภัย ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่ได้เกิดจากการที่เด็กติดเชื้อเพียงทางเดียวและนำมาแพร่กระจายในบ้าน แต่อาจเกิดจากที่ทำงานของคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองเด็กที่นำเชื้อมา ดังนั้น ตัวผู้ใหญ่เองก็ไม่ควรหละหลวมในการป้องกันตนเองให้ห่างไกลโรค เพราะ เมื่อ ผู้ใหญ่ที่ดูแลป่วย เด็กก็ย่อมป่วยตามนั้นเอง

© 2026 Siammerx Co., Ltd