379 จำนวนผู้เข้าชม |
14/12/2023
ช่องคลอดแห้ง ปัญหาใหญ่ของผู้หญิงวัยทอง
ในช่วงวัยรุ่น ช่องคลอด ที่สุขภาพดีของผู้หญิงจะมีความชุ่มชื่น ยืนหยุ่น ผนังช่องคลอดมีสีชมพูหนาเป็นลอดลูกคลื่นเล็กๆตลอดแนว เยื่อบุผิวช่องคลอดชั้นบนสุดหนา 15% และส่วนชั้นล่างสุดหน 5% ของชั้น
เยื่อบุผิว ช่องคลอดปกติจะมีจุลินทรีย์หลายชนิดและหลายพันล้านตัว สุขภาพที่ดีจะต้องมีจุลินทรีย์ คือ โดเดอร์ไลน์ แลตโลบาซิลไล จะมีปริมาณถึง 60-80%
ความสำคัญของฮอร์โมนเอสโตรเจน
ฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยให้ผนังช่องคลอดแข็งแรงและสร้างสมดุลต่อระบบนิเวศในช่องคลอด ทำให้เยื่อบุผิวชั้นบนสุดจะอุดมไปด้วย ไกลโคเจน ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์แลคโตบาซิลไล เมื่อไกลโคเจนสมบูรณ์ จะทำให้จุลินทรีย์แลคโตบาซิลไลแบ่งตัวได้เพิ่มขึ้นซึ่งจำเป็นต่อ ในการสร้างกรดแลคติกและการสร้างไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ รวมถึงการรวมตัวเป็น ไบโอฟิมล์ ทำให้ช่องคลอดมีสภาพเป็นกรดที่ PH=3.8-4.5 ซึ่งเป็นสภาพที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อจ่างโรคต่างๆได้ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การทำงานของ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ลดลง ส่งผลให้ช่องคลอดสภาวะเป็นด่างเพิ่มขึ้นที่ PH 4.5-7
ปัญหาเมื่อฮอร์โมนเอสโตเจนลดลง
· เกิดการ ตกขาว มีกลิ่น จากการติดเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคที่ชอบด่าง
· เยื่อบุช่องคลอดบางลง เกิดการระคายเคือง
· กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อได้ง่าย
· เมื่อมีเพศสัมพันธ์จะมีอาการเจ็บ เนื่องจากเยื่อบุบางลง
สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดแห้ง
· การขาดสมดุลของฮอร์โมนในช่องคลอดที่เปลี่ยนไป
· ฮอร์โมนรวนในช่วงตั้งครรภ์ ภาวะเครียด พักผ่อนน้อยหรือออกกำลังกายหนักจนเกินไป
· ขาดการมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ
· การทานยาต่างๆที่มีผลต่อจุลินทรีย์แลคโตบาซิลไล
· เยื่อบุฟื้นฟูหลังการรักษาภาวะติดเชื้ออักเสบ
· การสวนล้างช่องคลอดที่ทำให้เสียสมดุลในช่องคลอด
การรักษาเฉพาะเจาะจง
การรักษา ทำได้โดยการให้ฮอร์โมนทดแทน โดยเฉพาะในรายที่มีอาการวัยทองด้านอื่นๆ ร่วมด้วย ส่วนรายที่มีเพียงปัญหาช่องคลอดแห้งอย่างเดียว ควรใช้เป็นฮอร์โมนเฉพาะที่ ปัจจุบันที่มี คือ Estriol (E3) + Lactobacilli สอดช่องคลอด และการใช้สารให้ความชุ่มชื้นกับช่องคลอด ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก คือ สาร Polycarbophil ที่สามารถซึมเข้าสู่ผนังช่องคลอด เพิ่มความหนานุ่ม ชุ่มชื้น และช่วยปรับสมดุลกรดด่างให้เหมาะสมยิ่งขึ้น การรักษาเฉพาะเจาะจงโดยรวมได้ผลดีมาก
การรักษาทั่วไป
· ดื่มน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
· ลลดความเครียด
· มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ
· ออกกำลังกายเป็นประจำ
· ทานอาหารที่มี โพรไบโอติกส์ เช่น กิมจิ นัทโตะ เพื่อสร้างสมดุลในทางเดินอาหาร
· ทานผัก ผลไม้ กลุ่มไอโซฟลาโวน เช่น ถั่วเหลือง น้ำมะพร้าวอ่อน
· งานสูบบุหรี่
© 2024 Company, Inc