ฉีดวัคซีนฟรี

การติดเชื้อ Plesiomonas shigelloides อาการ สาเหตุ และวิธีลดความเสี่ยง

26 จำนวนผู้เข้าชม |

13/10/2026


การติดเชื้อ Plesiomonas shigelloides อาการ สาเหตุ และวิธีลดความเสี่ยง

ท้องเสียหลังรับประทานอาหารทะเลหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด หลายคนอาจนึกถึงอาหารเป็นพิษทั่วไป แต่ความจริงแล้วอาการลักษณะนี้เกิดได้จากเชื้อหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ Plesiomonas shigelloides ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมทางน้ำ

เชื้อนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียที่คนทั่วไปคุ้นชื่อมากนัก แต่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้ โดยเฉพาะเมื่อได้รับเชื้อจากน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อน

ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่อาจมีอาการไม่รุนแรงและดีขึ้นได้ แต่หากท้องเสียมาก อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะการสูญเสียน้ำมากเกินไปหรือการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้นอาจต้องได้รับการดูแลจากแพทย์

Plesiomonas shigelloides คืออะไร

Plesiomonas shigelloides เป็นแบคทีเรียแกรมลบชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมทางน้ำ โดยเฉพาะแหล่งน้ำจืดและบริเวณปากแม่น้ำ รวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้

มีการพบเชื้อในปลา สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ ดังนั้นช่องทางที่เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายคนจึงมักเกี่ยวข้องกับน้ำและอาหาร

เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้เกิดภาวะกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ หรือ gastroenteritis ซึ่งมักแสดงออกด้วยอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน

อย่างไรก็ตาม การได้รับเชื้อไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องป่วย ความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปตามปริมาณเชื้อ สุขภาพพื้นฐาน และปัจจัยอื่นของแต่ละคน

เชื้อมาจากไหน และเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

เนื่องจาก P. shigelloides มีแหล่งอาศัยสำคัญอยู่ในน้ำ การติดเชื้อจึงมักสัมพันธ์กับการนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินหรือดื่ม สถานการณ์ที่อาจเพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อ ได้แก่

  • ดื่มน้ำที่ไม่ได้ผ่านการบำบัดอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะน้ำจากแม่น้ำ ลำธาร หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ
  • รับประทานปลา อาหารทะเล หรือสัตว์น้ำดิบและปรุงไม่สุก หากอาหารมีเชื้อปนเปื้อน เชื้ออาจเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารได้
  • ใช้น้ำที่ปนเปื้อนกับอาหารที่รับประทานโดยไม่ผ่านความร้อน เช่น การล้างอาหารด้วยน้ำที่ไม่สะอาด
  • สัมผัสสิ่งแวดล้อมทางน้ำที่มีเชื้อ โดยเฉพาะพื้นที่ที่สุขาภิบาลด้านน้ำและอาหารไม่ดี
  • เดินทางไปยังพื้นที่เขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการพบเชื้อมากกว่าในบางภูมิภาค

การรับประทานอาหารทะเลหรือสัมผัสน้ำตามธรรมชาติไม่ได้หมายความว่าจะติดเชื้อทุกครั้ง สิ่งสำคัญคือความสะอาดของน้ำ การจัดการอาหาร และการปรุงอาหารอย่างเหมาะสม

อาการของการติดเชื้อ Plesiomonas shigelloides

อาการที่พบส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร และอาจคล้ายกับโรคท้องเสียจากเชื้อชนิดอื่น จึงไม่สามารถบอกได้จากอาการเพียงอย่างเดียวว่าเกิดจาก P. shigelloides อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • ถ่ายเหลวหรือท้องเสีย
  • ปวดท้องหรือปวดบิด
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • มีไข้
  • หนาวสั่น
  • รู้สึกอ่อนเพลีย

ผู้ป่วยบางรายที่มีอาการมากขึ้นอาจถ่ายอุจจาระที่มีมูกหรือเลือดปนได้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนครั้งที่ถ่าย แต่รวมถึงความสามารถในการดื่มน้ำ อาการอ่อนเพลีย และสัญญาณว่าร่างกายกำลังสูญเสียน้ำมากเกินไปด้วย

การติดเชื้อรุนแรงเกิดขึ้นได้หรือไม่

โดยทั่วไป P. shigelloides เป็นที่รู้จักจากการทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร และการติดเชื้อจำนวนมากมีลักษณะจำกัดอยู่ที่บริเวณนี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเชื้อสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อนอกระบบทางเดินอาหารได้ แม้จะพบไม่บ่อย เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ bacteremia

การติดเชื้อในกระแสเลือดถือเป็นภาวะที่มีความรุนแรงมากกว่าการติดเชื้อในลำไส้ และจากข้อมูลทางการแพทย์พบว่ามักเกิดร่วมกับปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย เช่น ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคทางโลหิตวิทยา หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรงอื่น

ดังนั้น ผู้ที่มีสุขภาพพื้นฐานไม่แข็งแรงควรสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากมีไข้สูง อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการทรุดลง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ

ทุกคนสามารถสัมผัสเชื้อได้หากรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน แต่ผลกระทบจากการติดเชื้ออาจแตกต่างกัน กลุ่มที่ควรระมัดระวังมากขึ้น ได้แก่

  • เด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ที่มีโรคทางโลหิตวิทยาบางชนิด
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะเจ็บป่วยรุนแรงอยู่ก่อน

เหตุผลสำคัญคือ หากมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนมาก คนกลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบจากการสูญเสียน้ำได้มากกว่าคนทั่วไป และในบางกรณีอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น

แพทย์ตรวจหาการติดเชื้อได้อย่างไร

อาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ และไข้ สามารถเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือสาเหตุอื่นได้หลายชนิด การวินิจฉัย P. shigelloides จึงไม่สามารถอาศัยอาการเพียงอย่างเดียว แพทย์อาจเริ่มจากการซักประวัติ เช่น

  • เริ่มมีอาการตั้งแต่เมื่อใด
  • ถ่ายบ่อยหรือมีลักษณะผิดปกติอย่างไร
  • มีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วยหรือไม่
  • ก่อนมีอาการรับประทานอาหารอะไร
  • มีประวัติรับประทานปลา อาหารทะเล หรือสัตว์น้ำดิบหรือไม่
  • มีประวัติดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติหรือไม่
  • มีประวัติเดินทางไปพื้นที่อื่นหรือไม่
  • มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำหรือไม่

หากเห็นว่าจำเป็น แพทย์อาจส่งตรวจอุจจาระเพื่อค้นหาเชื้อด้วยการเพาะเชื้อ หรือใช้การตรวจทางโมเลกุลที่สามารถตรวจเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหารได้หลายชนิด

หากมีอาการที่ทำให้สงสัยว่าเชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือด แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดหรือเพาะเชื้อจากเลือดเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

แนวทางการรักษาเป็นอย่างไร

การดูแลผู้ติดเชื้อขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ ความรุนแรง สุขภาพพื้นฐาน และตำแหน่งของการติดเชื้อ

สำหรับผู้ที่มีอาการท้องเสียไม่รุนแรง สิ่งสำคัญคือการดูแลไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป เนื่องจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารจาก P. shigelloides หลายกรณีสามารถดีขึ้นได้เอง ยาปฏิชีวนะจึงไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกคน

ในผู้ที่มีอาการรุนแรง อาการต่อเนื่อง หรือพบการติดเชื้อนอกระบบทางเดินอาหาร แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงตำแหน่งของการติดเชื้อ สุขภาพของผู้ป่วย และความไวของเชื้อต่อยา

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเพียงเพราะมีอาการท้องเสีย เนื่องจากอาการเดียวกันสามารถเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด และการรักษาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกัน

หากมีอาการท้องเสีย ควรดูแลตัวเองอย่างไร

ถ้าอาการยังไม่รุนแรง การดูแลเบื้องต้นควรเน้นการรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายและลดโอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น สิ่งที่สามารถทำได้ ได้แก่

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อมีการถ่ายเหลวหรืออาเจียน
  • หากสูญเสียน้ำจากการถ่ายหลายครั้ง อาจใช้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
  • รับประทานอาหารที่สะอาดและย่อยง่าย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ล้างมือด้วยสบู่หลังเข้าห้องน้ำและก่อนสัมผัสอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการเตรียมอาหารให้ผู้อื่นขณะที่ยังมีอาการท้องเสีย
  • ไม่รับประทานปลา อาหารทะเล หรือสัตว์น้ำที่ดิบหรือปรุงไม่สุก

หากมีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด หรืออาการรุนแรง ไม่ควรพยายามรักษาด้วยยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

ลดความเสี่ยงจาก Plesiomonas shigelloides ได้อย่างไร

การป้องกันเน้นไปที่ความสะอาดของน้ำและอาหาร เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย

  • เลือกน้ำดื่มที่สะอาด: หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากแม่น้ำ ลำธาร หรือแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง หากไม่มั่นใจว่าน้ำผ่านกระบวนการที่ทำให้ปลอดภัยแล้ว เมื่อต้องเดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มั่นใจเรื่องคุณภาพน้ำ ควรให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของน้ำทั้งสำหรับดื่มและใช้ประกอบอาหาร
  • ปรุงสัตว์น้ำให้สุก: ปลา อาหารทะเล และสัตว์น้ำอาจเป็นแหล่งที่พบเชื้อนี้ได้ การปรุงอาหารให้เหมาะสมจึงช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อจากอาหารดิบหรือปรุงไม่สุก
  • ป้องกันการปนเปื้อนในครัว: แยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบออกจากอาหารที่พร้อมรับประทาน และล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสปลา สัตว์น้ำ หรือสัตว์เลื้อยคลาน การดูแลความสะอาดในขั้นตอนเตรียมอาหารมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการปรุงอาหาร

อาการแบบไหนควรพบแพทย์

อาการท้องเสียเล็กน้อยอาจดีขึ้นได้ แต่บางอาการบ่งบอกว่าควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ ควรพบแพทย์หากมีอาการ เช่น

  • ท้องเสียรุนแรงหรือถ่ายบ่อยจนรู้สึกอ่อนเพลียมาก
  • มีเลือดปนในอุจจาระ
  • อาเจียนต่อเนื่องจนดื่มน้ำไม่ได้
  • มีไข้สูงหรืออาการไข้ไม่ดีขึ้น
  • ปวดท้องรุนแรง
  • ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก หรือหน้ามืด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะขาดน้ำ
  • มีอาการซึม สับสน หรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • อาการไม่ดีขึ้นหรือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เร็วขึ้นหากมีอาการติดเชื้อหรือท้องเสียมาก นอกจากนี้ หากเริ่มมีอาการหลังรับประทานอาหารทะเลหรือสัตว์น้ำดิบ ดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติ หรือเดินทางไปพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยง ควรแจ้งประวัติเหล่านี้ให้แพทย์ทราบ เพราะอาจช่วยประกอบการวินิจฉัยได้

สรุป

Plesiomonas shigelloides เป็นแบคทีเรียที่พบได้ในแหล่งน้ำและสัตว์น้ำ การติดเชื้อในคนมักเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน โดยอาการที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้

ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้ โดยการชดเชยน้ำและเกลือแร่เป็นส่วนสำคัญของการดูแล แต่ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคประจำตัวบางชนิด เชื้อสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อนอกระบบทางเดินอาหารที่มีความรุนแรงมากขึ้นได้ แม้ภาวะดังกล่าวจะพบไม่บ่อย

การเลือกน้ำที่สะอาด ปรุงอาหารทะเลและสัตว์น้ำให้เหมาะสม รวมถึงรักษาสุขอนามัยในการเตรียมอาหาร สามารถช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อได้ หากท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ มีอาการขาดน้ำ หรือสุขภาพโดยรวมแย่ลง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับการดูแลที่เหมาะสม

จัดทำโดย: ภญ. ปุณยนุช อังคะนาวิน

แหล่งอ้างอิง

  1. Janda JM, Abbott SL, McIver CJ. Plesiomonas shigelloides Revisited. Clinical Microbiology Reviews. 2016.
  2. Cortés-Sánchez ADJ, Espinosa-Chaurand LD, Díaz-Ramirez M, Torres-Ochoa E. Plesiomonas: A Review on Food Safety, Fish-Borne Diseases, and Tilapia. The Scientific World Journal. 2021.
  3. Romli NIA, Mohamed Sukur S, Vellasamy KM, Abdul Jabar K. Plesiomonas shigelloides Bacteremia: A Scoping Review of Epidemiology, Clinical Characteristics, Outcomes, and Implications of Antimicrobial Stewardship. Pathogens. 2026.

© 2026 Siammerx Co., Ltd