ท้องเสียหลังรับประทานอาหารทะเลหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด หลายคนอาจนึกถึงอาหารเป็นพิษทั่วไป แต่ความจริงแล้วอาการลักษณะนี้เกิดได้จากเชื้อหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ Plesiomonas shigelloides ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมทางน้ำ
เชื้อนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียที่คนทั่วไปคุ้นชื่อมากนัก แต่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้ โดยเฉพาะเมื่อได้รับเชื้อจากน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อน
ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่อาจมีอาการไม่รุนแรงและดีขึ้นได้ แต่หากท้องเสียมาก อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะการสูญเสียน้ำมากเกินไปหรือการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้นอาจต้องได้รับการดูแลจากแพทย์
Plesiomonas shigelloides คืออะไร
Plesiomonas shigelloides เป็นแบคทีเรียแกรมลบชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมทางน้ำ โดยเฉพาะแหล่งน้ำจืดและบริเวณปากแม่น้ำ รวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้
มีการพบเชื้อในปลา สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ ดังนั้นช่องทางที่เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายคนจึงมักเกี่ยวข้องกับน้ำและอาหาร
เมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้เกิดภาวะกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ หรือ gastroenteritis ซึ่งมักแสดงออกด้วยอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
อย่างไรก็ตาม การได้รับเชื้อไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องป่วย ความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปตามปริมาณเชื้อ สุขภาพพื้นฐาน และปัจจัยอื่นของแต่ละคน
เชื้อมาจากไหน และเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร
เนื่องจาก P. shigelloides มีแหล่งอาศัยสำคัญอยู่ในน้ำ การติดเชื้อจึงมักสัมพันธ์กับการนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินหรือดื่ม สถานการณ์ที่อาจเพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อ ได้แก่
- ดื่มน้ำที่ไม่ได้ผ่านการบำบัดอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะน้ำจากแม่น้ำ ลำธาร หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ
- รับประทานปลา อาหารทะเล หรือสัตว์น้ำดิบและปรุงไม่สุก หากอาหารมีเชื้อปนเปื้อน เชื้ออาจเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารได้
- ใช้น้ำที่ปนเปื้อนกับอาหารที่รับประทานโดยไม่ผ่านความร้อน เช่น การล้างอาหารด้วยน้ำที่ไม่สะอาด
- สัมผัสสิ่งแวดล้อมทางน้ำที่มีเชื้อ โดยเฉพาะพื้นที่ที่สุขาภิบาลด้านน้ำและอาหารไม่ดี
- เดินทางไปยังพื้นที่เขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการพบเชื้อมากกว่าในบางภูมิภาค
การรับประทานอาหารทะเลหรือสัมผัสน้ำตามธรรมชาติไม่ได้หมายความว่าจะติดเชื้อทุกครั้ง สิ่งสำคัญคือความสะอาดของน้ำ การจัดการอาหาร และการปรุงอาหารอย่างเหมาะสม
อาการของการติดเชื้อ Plesiomonas shigelloides
อาการที่พบส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร และอาจคล้ายกับโรคท้องเสียจากเชื้อชนิดอื่น จึงไม่สามารถบอกได้จากอาการเพียงอย่างเดียวว่าเกิดจาก P. shigelloides อาการที่อาจพบ ได้แก่
- ถ่ายเหลวหรือท้องเสีย
- ปวดท้องหรือปวดบิด
- คลื่นไส้
- อาเจียน
- มีไข้
- หนาวสั่น
- รู้สึกอ่อนเพลีย
ผู้ป่วยบางรายที่มีอาการมากขึ้นอาจถ่ายอุจจาระที่มีมูกหรือเลือดปนได้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนครั้งที่ถ่าย แต่รวมถึงความสามารถในการดื่มน้ำ อาการอ่อนเพลีย และสัญญาณว่าร่างกายกำลังสูญเสียน้ำมากเกินไปด้วย
การติดเชื้อรุนแรงเกิดขึ้นได้หรือไม่
โดยทั่วไป P. shigelloides เป็นที่รู้จักจากการทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร และการติดเชื้อจำนวนมากมีลักษณะจำกัดอยู่ที่บริเวณนี้
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเชื้อสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อนอกระบบทางเดินอาหารได้ แม้จะพบไม่บ่อย เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ bacteremia
การติดเชื้อในกระแสเลือดถือเป็นภาวะที่มีความรุนแรงมากกว่าการติดเชื้อในลำไส้ และจากข้อมูลทางการแพทย์พบว่ามักเกิดร่วมกับปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย เช่น ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคทางโลหิตวิทยา หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรงอื่น
ดังนั้น ผู้ที่มีสุขภาพพื้นฐานไม่แข็งแรงควรสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากมีไข้สูง อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการทรุดลง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ
ทุกคนสามารถสัมผัสเชื้อได้หากรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน แต่ผลกระทบจากการติดเชื้ออาจแตกต่างกัน กลุ่มที่ควรระมัดระวังมากขึ้น ได้แก่
- เด็กเล็ก
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- ผู้ที่มีโรคทางโลหิตวิทยาบางชนิด
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะเจ็บป่วยรุนแรงอยู่ก่อน
เหตุผลสำคัญคือ หากมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนมาก คนกลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบจากการสูญเสียน้ำได้มากกว่าคนทั่วไป และในบางกรณีอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น
แพทย์ตรวจหาการติดเชื้อได้อย่างไร
อาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ และไข้ สามารถเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือสาเหตุอื่นได้หลายชนิด การวินิจฉัย P. shigelloides จึงไม่สามารถอาศัยอาการเพียงอย่างเดียว แพทย์อาจเริ่มจากการซักประวัติ เช่น
- เริ่มมีอาการตั้งแต่เมื่อใด
- ถ่ายบ่อยหรือมีลักษณะผิดปกติอย่างไร
- มีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วยหรือไม่
- ก่อนมีอาการรับประทานอาหารอะไร
- มีประวัติรับประทานปลา อาหารทะเล หรือสัตว์น้ำดิบหรือไม่
- มีประวัติดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติหรือไม่
- มีประวัติเดินทางไปพื้นที่อื่นหรือไม่
- มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำหรือไม่
หากเห็นว่าจำเป็น แพทย์อาจส่งตรวจอุจจาระเพื่อค้นหาเชื้อด้วยการเพาะเชื้อ หรือใช้การตรวจทางโมเลกุลที่สามารถตรวจเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหารได้หลายชนิด
หากมีอาการที่ทำให้สงสัยว่าเชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือด แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดหรือเพาะเชื้อจากเลือดเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
แนวทางการรักษาเป็นอย่างไร
การดูแลผู้ติดเชื้อขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ ความรุนแรง สุขภาพพื้นฐาน และตำแหน่งของการติดเชื้อ
สำหรับผู้ที่มีอาการท้องเสียไม่รุนแรง สิ่งสำคัญคือการดูแลไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป เนื่องจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารจาก P. shigelloides หลายกรณีสามารถดีขึ้นได้เอง ยาปฏิชีวนะจึงไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกคน
ในผู้ที่มีอาการรุนแรง อาการต่อเนื่อง หรือพบการติดเชื้อนอกระบบทางเดินอาหาร แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงตำแหน่งของการติดเชื้อ สุขภาพของผู้ป่วย และความไวของเชื้อต่อยา
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเพียงเพราะมีอาการท้องเสีย เนื่องจากอาการเดียวกันสามารถเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด และการรักษาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกัน
หากมีอาการท้องเสีย ควรดูแลตัวเองอย่างไร
ถ้าอาการยังไม่รุนแรง การดูแลเบื้องต้นควรเน้นการรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายและลดโอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น สิ่งที่สามารถทำได้ ได้แก่
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อมีการถ่ายเหลวหรืออาเจียน
- หากสูญเสียน้ำจากการถ่ายหลายครั้ง อาจใช้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
- รับประทานอาหารที่สะอาดและย่อยง่าย
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ล้างมือด้วยสบู่หลังเข้าห้องน้ำและก่อนสัมผัสอาหาร
- หลีกเลี่ยงการเตรียมอาหารให้ผู้อื่นขณะที่ยังมีอาการท้องเสีย
- ไม่รับประทานปลา อาหารทะเล หรือสัตว์น้ำที่ดิบหรือปรุงไม่สุก
หากมีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด หรืออาการรุนแรง ไม่ควรพยายามรักษาด้วยยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
ลดความเสี่ยงจาก Plesiomonas shigelloides ได้อย่างไร
การป้องกันเน้นไปที่ความสะอาดของน้ำและอาหาร เนื่องจากเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย
- เลือกน้ำดื่มที่สะอาด: หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากแม่น้ำ ลำธาร หรือแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง หากไม่มั่นใจว่าน้ำผ่านกระบวนการที่ทำให้ปลอดภัยแล้ว เมื่อต้องเดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มั่นใจเรื่องคุณภาพน้ำ ควรให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของน้ำทั้งสำหรับดื่มและใช้ประกอบอาหาร
- ปรุงสัตว์น้ำให้สุก: ปลา อาหารทะเล และสัตว์น้ำอาจเป็นแหล่งที่พบเชื้อนี้ได้ การปรุงอาหารให้เหมาะสมจึงช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อจากอาหารดิบหรือปรุงไม่สุก
- ป้องกันการปนเปื้อนในครัว: แยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบออกจากอาหารที่พร้อมรับประทาน และล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสปลา สัตว์น้ำ หรือสัตว์เลื้อยคลาน การดูแลความสะอาดในขั้นตอนเตรียมอาหารมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการปรุงอาหาร
อาการแบบไหนควรพบแพทย์
อาการท้องเสียเล็กน้อยอาจดีขึ้นได้ แต่บางอาการบ่งบอกว่าควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ ควรพบแพทย์หากมีอาการ เช่น
- ท้องเสียรุนแรงหรือถ่ายบ่อยจนรู้สึกอ่อนเพลียมาก
- มีเลือดปนในอุจจาระ
- อาเจียนต่อเนื่องจนดื่มน้ำไม่ได้
- มีไข้สูงหรืออาการไข้ไม่ดีขึ้น
- ปวดท้องรุนแรง
- ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก หรือหน้ามืด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะขาดน้ำ
- มีอาการซึม สับสน หรืออ่อนแรงผิดปกติ
- อาการไม่ดีขึ้นหรือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เร็วขึ้นหากมีอาการติดเชื้อหรือท้องเสียมาก นอกจากนี้ หากเริ่มมีอาการหลังรับประทานอาหารทะเลหรือสัตว์น้ำดิบ ดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติ หรือเดินทางไปพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยง ควรแจ้งประวัติเหล่านี้ให้แพทย์ทราบ เพราะอาจช่วยประกอบการวินิจฉัยได้
สรุป
Plesiomonas shigelloides เป็นแบคทีเรียที่พบได้ในแหล่งน้ำและสัตว์น้ำ การติดเชื้อในคนมักเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน โดยอาการที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้
ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้ โดยการชดเชยน้ำและเกลือแร่เป็นส่วนสำคัญของการดูแล แต่ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคประจำตัวบางชนิด เชื้อสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อนอกระบบทางเดินอาหารที่มีความรุนแรงมากขึ้นได้ แม้ภาวะดังกล่าวจะพบไม่บ่อย
การเลือกน้ำที่สะอาด ปรุงอาหารทะเลและสัตว์น้ำให้เหมาะสม รวมถึงรักษาสุขอนามัยในการเตรียมอาหาร สามารถช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อได้ หากท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ มีอาการขาดน้ำ หรือสุขภาพโดยรวมแย่ลง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับการดูแลที่เหมาะสม
จัดทำโดย: ภญ. ปุณยนุช อังคะนาวิน
แหล่งอ้างอิง
- Janda JM, Abbott SL, McIver CJ. Plesiomonas shigelloides Revisited. Clinical Microbiology Reviews. 2016.
- Cortés-Sánchez ADJ, Espinosa-Chaurand LD, Díaz-Ramirez M, Torres-Ochoa E. Plesiomonas: A Review on Food Safety, Fish-Borne Diseases, and Tilapia. The Scientific World Journal. 2021.
- Romli NIA, Mohamed Sukur S, Vellasamy KM, Abdul Jabar K. Plesiomonas shigelloides Bacteremia: A Scoping Review of Epidemiology, Clinical Characteristics, Outcomes, and Implications of Antimicrobial Stewardship. Pathogens. 2026.
TH
EN
CN
JAP
AR