ฉีดวัคซีนฟรี

โรคพยาธิที่ติดต่อผ่านน้ำหรือดิน อาการ สาเหตุ และวิธีป้องกัน

36 จำนวนผู้เข้าชม |

05/10/2026


โรคพยาธิที่ติดต่อผ่านน้ำหรือดิน อาการ สาเหตุ และวิธีป้องกัน

โรคพยาธิที่ติดต่อผ่านน้ำหรือดินคืออะไร

โรคพยาธิเป็นการติดเชื้อจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในหรือบนร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น โดยอาศัยสารอาหารจากร่างกายของผู้ติดเชื้อ พยาธิที่เกี่ยวข้องกับน้ำและดินมีหลายประเภท และมีวงจรชีวิตรวมถึงช่องทางการเข้าสู่ร่างกายแตกต่างกัน

กลุ่มสำคัญคือ พยาธิที่ติดต่อผ่านดิน (Soil-transmitted helminths) เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิแส้ม้า และพยาธิปากขอ พยาธิเหล่านี้พบได้มากในพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่นและชื้น รวมถึงพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนอุจจาระในดิน

พยาธิไส้เดือนและพยาธิแส้ม้ามักเข้าสู่ร่างกายเมื่อคนรับประทานไข่พยาธิที่ปนเปื้อนมากับมือ อาหาร ผัก หรือแหล่งน้ำ ส่วนตัวอ่อนของพยาธิปากขอสามารถไชผ่านผิวหนังได้ โดยเฉพาะเมื่อเดินเท้าเปล่าบนดินที่ปนเปื้อน

นอกจากนี้ยังมีปรสิตที่สามารถติดต่อผ่านน้ำ เช่น Giardia ซึ่งเป็นปรสิตขนาดเล็กที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ผู้ติดเชื้ออาจได้รับเชื้อจากการดื่มหรือกลืนน้ำที่ปนเปื้อน

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ พยาธิใบไม้เลือด (Schistosoma) ซึ่งพบในบางพื้นที่ของโลก ตัวอ่อนของพยาธิสามารถไชผ่านผิวหนังเมื่อสัมผัสน้ำจืดที่มีการปนเปื้อน จึงแตกต่างจากพยาธิหลายชนิดที่ต้องเข้าสู่ร่างกายโดยการกิน

ทำไมโรคพยาธิจึงสำคัญ

ผู้ติดเชื้อพยาธิจำนวนหนึ่งอาจไม่มีอาการ โดยเฉพาะในกรณีที่มีจำนวนพยาธิในร่างกายน้อย จึงอาจไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ

เมื่อมีพยาธิจำนวนมากหรือมีการติดเชื้อเรื้อรัง อาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ภาวะโภชนาการ และสุขภาพโดยรวม เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือเกิดภาวะโลหิตจาง

พยาธิปากขอสามารถทำให้เกิดการสูญเสียเลือดจากลำไส้อย่างต่อเนื่องและนำไปสู่ภาวะโลหิตจางได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็กอยู่แล้ว

ในเด็ก การติดพยาธิในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านโภชนาการ การเจริญเติบโต และพัฒนาการทางร่างกาย จึงควรให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและการเข้าถึงน้ำสะอาด

ช่องทางการติดเชื้อที่ควรรู้

การติดพยาธิจากน้ำหรือดินไม่ได้มีช่องทางเดียว พยาธิแต่ละชนิดมีวิธีเข้าสู่ร่างกายแตกต่างกัน เช่น

  • การรับประทานอาหารหรือผักที่มีไข่พยาธิปนเปื้อน
  • การดื่มน้ำที่ไม่ได้ผ่านการทำให้ปลอดภัย
  • การนำมือที่สัมผัสดินปนเปื้อนเข้าปาก
  • การเดินเท้าเปล่าบนดินที่มีตัวอ่อนพยาธิ
  • การสัมผัสและลงเล่นในแหล่งน้ำที่มีพยาธิบางชนิด

การว่ายน้ำหรือทำกิจกรรมในแหล่งน้ำธรรมชาติยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปรสิตบางชนิด หากแหล่งน้ำนั้นมีการปนเปื้อน ผู้ที่เดินทางไปพื้นที่ที่มีโรคพยาธิบางชนิดเป็นโรคประจำถิ่นจึงควรศึกษาคำแนะนำด้านสุขภาพก่อนเดินทาง

อาการหรือสัญญาณที่ควรสังเกต

อาการขึ้นอยู่กับชนิดของพยาธิ จำนวนพยาธิ ตำแหน่งที่พยาธิอาศัยอยู่ และสุขภาพของผู้ติดเชื้อ โดยอาการที่อาจพบได้ ได้แก่

  • ปวดหรือไม่สบายท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ ท้องอืดหรือมีแก๊สมาก
  • อุจจาระผิดปกติ
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย ซีดหรือมีภาวะโลหิตจาง
  • คันหรือมีผื่นบริเวณผิวหนังหลังสัมผัสดินหรือน้ำ
  • ภาวะขาดน้ำในผู้ที่มีอาการท้องเสียมาก

สำหรับ Giardia อาการที่พบได้บ่อยคือท้องเสีย ปวดท้อง มีแก๊ส คลื่นไส้ และอุจจาระมีกลิ่นแรงหรือมีลักษณะมัน ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแต่ยังมีเชื้ออยู่ในร่างกาย

ส่วนการติดพยาธิบางชนิดอาจมีอาการที่อวัยวะอื่นนอกเหนือจากระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นจึงไม่ควรใช้เพียงอาการอย่างเดียวในการระบุชนิดของพยาธิ

อาการแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาล

ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงหรือท้องบวมมาก อาเจียนต่อเนื่องจนรับประทานอาหารหรือน้ำไม่ได้ ท้องเสียรุนแรงจนมีอาการขาดน้ำ ถ่ายเป็นเลือดหรือพบเลือดในปัสสาวะ อ่อนเพลียมาก หน้ามืด หรือสงสัยว่ามีภาวะโลหิตจางรุนแรง

เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องควรได้รับการประเมินเร็วกว่าคนทั่วไปหากสงสัยว่าติดพยาธิ เนื่องจากอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่า

วิธีลดความเสี่ยงจากพยาธิที่ติดต่อผ่านน้ำหรือดิน

การป้องกันเน้นการลดโอกาสสัมผัสเชื้อจากสิ่งแวดล้อม โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  • ล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงหลังทำสวนหรือสัมผัสดิน
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกและล้างผักผลไม้ด้วยน้ำสะอาดก่อนรับประทาน
  • ดื่มน้ำจากแหล่งที่มั่นใจว่าปลอดภัย หากอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มั่นใจคุณภาพของน้ำ ควรใช้น้ำที่ผ่านการต้ม หรือผ่านกระบวนการทำให้น้ำปลอดภัยอย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการกลืนน้ำขณะว่ายน้ำ โดยเฉพาะจากแม่น้ำ ลำธาร ทะเลสาบ หรือสระที่ไม่แน่ใจเรื่องคุณภาพน้ำ
  • สวมรองเท้าเมื่อเดินบนดิน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาจมีการปนเปื้อนอุจจาระ เพื่อลดโอกาสสัมผัสตัวอ่อนของพยาธิปากขอที่ไชผ่านผิวหนังได้
  • สำหรับผู้ที่เดินทางไปพื้นที่ที่มีพยาธิใบไม้เลือดเป็นโรคประจำถิ่น ควรหลีกเลี่ยงการว่ายน้ำหรือเดินลุยน้ำจืดในพื้นที่เสี่ยง และศึกษาคำแนะนำด้านสุขภาพของพื้นที่ก่อนเดินทาง

ใครควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์

ผู้ที่มีอาการท้องเสียหรือปวดท้องต่อเนื่อง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีภาวะซีดหรืออ่อนเพลียผิดปกติ รวมถึงผู้ที่มีอาการหลังดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติหรือหลังเดินทางไปพื้นที่ที่มีโรคพยาธิควรปรึกษาแพทย์

เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวไม่ควรรับประทานยาถ่ายพยาธิหรือยาต้านปรสิตเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

สรุป

โรคพยาธิที่ติดต่อผ่านน้ำหรือดินมีหลายชนิดและมีช่องทางเข้าสู่ร่างกายแตกต่างกัน บางชนิดติดจากการรับประทานไข่หรือเชื้อที่ปนเปื้อนในน้ำ อาหาร และดิน ขณะที่บางชนิดสามารถไชผ่านผิวหนังโดยตรง

การใช้แหล่งน้ำสะอาด ล้างมือและอาหารให้เหมาะสม สวมรองเท้าเมื่อต้องสัมผัสดิน และหลีกเลี่ยงแหล่งน้ำที่อาจมีการปนเปื้อน เป็นวิธีสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงได้

หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง หรือสงสัยว่าติดพยาธิ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรพิจารณาชนิดของพยาธิหรือซื้อยารักษาเองจากอาการเพียงอย่างเดียว

จัดทำโดย: ภญ. ปุณยนุช อังคะนาวิน

แหล่งอ้างอิง

  1. World Health Organization. Soil-transmitted helminth infections
  2. World Health Organization. Schistosomiasis
  3. Centers for Disease Control and Prevention. About Giardia Infection

© 2026 Siammerx Co., Ltd