ฉีดวัคซีนฟรี

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คืออะไร? สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และอาหารบำรุงกระดูก

43 จำนวนผู้เข้าชม |

11/06/2026


โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คืออะไร?

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คืออะไร?

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ ภาวะที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง ส่งผลให้โครงสร้างภายในของกระดูกเสื่อมสภาพ กระดูกเปราะบางและแตกหักได้ง่าย แม้ได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น การล้ม การก้มยกของ หรืออุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง

โรคกระดูกพรุนมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากอาจทราบว่าตนเองมีภาวะกระดูกพรุนเมื่อเกิดกระดูกหักแล้ว จึงมักถูกเรียกว่าเป็น "ภัยเงียบ" ที่ส่งผลต่อสุขภาพกระดูกในระยะยาว


สาเหตุของโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

  • โรคกระดูกพรุนปฐมภูมิ (Primary Osteoporosis) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกตามธรรมชาติเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น
    • ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน: การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนหลังวัยหมดประจำเดือนอาจทำให้การสลายกระดูกเพิ่มขึ้นและมวลกระดูกลดลง
    • ผู้สูงอายุ: เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้ช้าลง ส่งผลให้มวลกระดูกค่อย ๆ ลดลง
  • โรคกระดูกพรุนทุติยภูมิ (Secondary Osteoporosis) เป็นภาวะกระดูกพรุนที่เกิดจากปัจจัยภายนอกหรือโรคประจำตัว ซึ่งสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
    • การใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
    • โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์ผิดปกติ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคตับ และโรคไตเรื้อรัง
    • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ขาดแคลเซียม ขาดวิตามินดี สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และขาดการออกกำลังกาย

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

แม้โรคกระดูกพรุนจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้และปัจจัยด้านพฤติกรรม

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

  • อายุ: เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี กระบวนการสลายกระดูกจะเกิดขึ้นเร็วกว่าการสร้างกระดูกใหม่
  • เพศ: ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนสูงกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะหลังวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ชาย ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นเมื่อมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ
  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีพ่อแม่หรือญาติสายตรงเคยมีประวัติกระดูกสะโพกหักจากโรคกระดูกพรุนอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ปัจจัยด้านพฤติกรรมและโภชนาการ

  • ได้รับแคลเซียมและวิตามินดีไม่เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ดื่มคาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • สูบบุหรี่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการสร้างกระดูกและลดการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย
  • ขาดการออกกำลังกายหรือขาดกิจกรรมที่มีแรงกดต่อกระดูก
  • ไม่โดนแสงแดดเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายสร้างวิตามินดีได้ไม่เพียงพอ

ปัจจัยทางการแพทย์

  • การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคพาราไทรอยด์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคตับเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง และโรคทางเดินอาหารที่ส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร
  • การผ่าตัดรังไข่ทั้งสองข้างก่อนวัยหมดประจำเดือน อาจเพิ่มความเสี่ยงจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน

อาการของโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนมักถูกเรียกว่าเป็น "ภัยเงียบ" เนื่องจากในระยะแรกมักไม่มีอาการเตือนให้สังเกต อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่อาจบ่งบอกถึงภาวะกระดูกพรุน ได้แก่

  • กระดูกหักง่ายผิดปกติ: กระดูกอาจแตกหักจากแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น การล้มเบา ๆ การไอ การจาม หรือการก้มตัวยกของ ตำแหน่งที่พบได้บ่อย ได้แก่ กระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นแขนบริเวณหัวไหล่
  • ส่วนสูงลดลง: ผู้ป่วยอาจมีส่วนสูงลดลงตั้งแต่ 2–4 เซนติเมตรขึ้นไป เมื่อเทียบกับส่วนสูงเดิมในอดีต
  • หลังคล้อมหรือรูปร่างเปลี่ยนแปลง: กระดูกสันหลังอาจเริ่มยุบตัว ทำให้เกิดลักษณะหลังคล้อม หลังโก่ง หรือรูปร่างเปลี่ยนไป
  • อาการปวดหลัง: อาจเกิดอาการปวดหลังเรื้อรังหรือปวดเฉียบพลันจากการแตกหักหรือยุบตัวของกระดูกสันหลัง

ข้อควรระวัง: ผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังหักหรือยุบตัวจากโรคกระดูกพรุนจำนวนมากอาจไม่แสดงอาการปวดอย่างชัดเจน ดังนั้น หากพบว่าส่วนสูงลดลงหรือเริ่มมีลักษณะหลังคล้อม ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม


อาหารที่ช่วยเสริมสร้างกระดูก

การดูแลสุขภาพกระดูกควรเน้นอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง เช่น นม โยเกิร์ต ชีส ปลาแซลมอน และปลาซาร์ดีน ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนสุขภาพกระดูกได้ แร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อกระดูก ได้แก่ แมกนีเซียม โพแทสเซียม และฟลูออไรด์

ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวัน

กลุ่มอายุ ปริมาณแคลเซียม
อายุ 20–50 ปี 800 มิลลิกรัม/วัน
อายุ 51 ปีขึ้นไป 1,000 มิลลิกรัม/วัน
วัยรุ่น 10–19 ปี 1,200 มิลลิกรัม/วัน
หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร 1,200 มิลลิกรัม/วัน

วิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน

การป้องกันโรคกระดูกพรุนควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย โดยอาจทำได้ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับแสงแดดอ่อน ๆ ช่วงเช้า 10–15 นาทีต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • เข้ารับการตรวจมวลกระดูกเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง

สรุป

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นภาวะที่มวลกระดูกและความหนาแน่นของกระดูกลดลง ส่งผลให้กระดูกเปราะและแตกหักได้ง่าย แม้จะไม่มีอาการเตือนในระยะแรก การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการตรวจมวลกระดูกเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง อาจช่วยลดความเสี่ยงและสนับสนุนสุขภาพกระดูกในระยะยาวได้


จัดทำโดย: ผศ.นพ.ภราดร ว่องวิกย์การ

อ้างอิง: , โรงพยาบาลกรุงเทพ, , โรงพยาบาล KDMS, , โรงพยาบาลพระรามเก้า, , โรงพยาบาลนนทเวช

© 2026 Siammerx Co., Ltd