445 จำนวนผู้เข้าชม |
19/12/2023
ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน
เมื่ออายุเพิ่มขึ้นความแข็งแรงของกระดูกจะเริ่มเสื่อม จากการสูญเสียแคลเซียม ที่สะสมไว้ภายในกระดูกอย่างต่อเนื่อง ความเปราะบางของกระดูกนี่เองที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน โรคกระดูกพรุนถ้าเกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆก็อาจจะแตกหักได้ง่าย
สาเหตุการเกิดโรคกระดูกพรุน
ร่างกายเราจะเริ่มสร้างและสะสมมวลกระดูกจนถึงอายุ 35 ปี หลังจากนั้นจะสลายกระดูกมากกว่าการสะสมทำให้ร่างกายเสียสมดุลของมวลอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้กระดูกของเราเปราะบางลงจนอาจจะไม่สามมารถรับน้ำหนักหรือทนแรงกระแทกได้น้อยลง จนกลายเป็นกระดูกพรุน โรคกระดูกพรุนพบได้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชายเนื่องจากกระดูกที่มีขนาดเล็กกว่า และการสูญเสีย ฮอร์โมนเอสโตรเจน ในวัยหลังหมดประจำเดือน โรคกระดูกพรุนจึงสามารถพบได้ในหลายช่วงวัยไม่ใช่เพียงแค่ในผู้สูงอายุเท่านั้น
อาการของโรคกระดูกพรุน
· ระยะที่ 1 ในระยะเริ่มต้นมักไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย และไม่มีอาการแสดงความเจ็บป่วยให้เห็น
· ระยะที่ 2 ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลัง หลังค่อม มีส่วนสูงลดลง และรู้สึกปวดกระดูกหลังจากยกของหนัก
· ระยะที่ 3 (รุนแรง) เมื่อได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้กระดูกบางส่วนแตกหักได้ โรคกระดูกพรุนจึงเป็นภาวะที่มีความอันตรายสูง เพราะอาจส่งผลให้ผู้ป่วยพิการหรือเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
· เพศ ผู้หญิงที่มีสัดส่วนกระดูกน้อยกว่าผู้ชายทำให้สูญเสียมวลกระดูกได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงหมดวัยที่มีประจำเดือนจะส่งผลให้เสียมวลกระดูกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากฮอร์โมนเพศที่ลดลง ทำให้เพิ่มโอกาสการเป็นโรคกระดูกพรุน
· กรรมพันธุ์ หากพบว่าคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคกระดูกพรุนและมีกระดูกหัก ในรุ่นถัดมาก็มีโอกาสประสบกับโรคกระดูกพรุนแล้วกระดูกหักเช่นกัน
· บุหรี่และแอลกอฮอล์ เครื่องแอลกอฮอล์ และสารนิโคติน เป็นสารพิษที่ทำลายเซลล์สร้างมวลกระดูก
· ยาบางชนิด ยาจำพวกที่ออกฤทธิ์รบกวนการสร้างมวลกระดูก เช่น กลุ่มยาสเตียรอยด์ อาหารโซเดียมสูง กาแฟและชาถ้าดื่มมากไปจะเป็นการเร่งการขับแคลเซียม
ปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการในแต่ละช่วงอายุ
แคลเซียมและวิตามินดีเป็นแร่ธาตุสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงและในแต่ละช่วงวัยต้องการแคลเซียมแตกต่างกัน การดื่มนมเป็นประจำจึงเป็นการเสริมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายที่ง่ายและได้ปริมาณมาก ขณะเดียวกันยังสามารถหาแคลเซียมได้จากอาหารประเภทอื่นๆ เช่น ปลาที่กินทั้งกระดูก ผักใบเขียว คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดเขียว เป็นต้น
หมั่นเติมแคลเซียมให้เพียงพอต่อความต้องการ ควบคู่กับการออกกำลังกายเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและข้อต่อให้หนาแน่นมากขึ้น
การตรวจหาภาวะกระดูกพรุน
แพทย์จะใช้เครื่องมือทางรัสีชนิดพิเศษ Bone Mineral Density(BMD) ในการตรวจหาความหนาแน่นของกระดูกได้ทุกส่วนภายในร่างกาย โดยมากจะเลือกตรวจบริเวณกระดูกสันหังช่วงเอว และกระดูกสะโพก เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการแตกหักจากสวาวะกระดูกพรุนได้บ่อยที่สุด การ X-ray บบปกติไม่สามารถวัดความหนาแน่นของกระดูกได้
© 2026 Siammerx Co., Ltd