514 จำนวนผู้เข้าชม |
19/12/2023
รู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง ทุกวัยเสี่ยง ทุกคนเลี่ยงได้
โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่นำไปสู่การเป็น อัมพาต และยังจัดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทยรองจาก โรคมะเร็ง ซึ่งเป็นอันดับ 1 โรคหลอดเลือดสมองนี้สามารถเกิดได้กับทุกช่วงวัย หากมองจากสถิติทั่วโลกพบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เพิ่มขึ้นถึงปีละ 14.5 ล้านคน แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ 1 ใน 4 เป็นผู้ป่วยที่อายุยังน้อยเพียง 25 ปีเท่านั้น
อะไรคือ โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke?
โรคหลอดเลือดสมอง เป็นภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงฉับพลัน ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดบริเวณสมอง อาจมีสาเหตุจากไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือดด้านในทำให้ท่อนำเลือดแคบลง หรือเกิดจาก โรคทางพันธุกรรม จากการที่หลอดเลือดปริแตก หรือฉีกขาดจากภาวะความดันโลหิตสูง หรืออาจเป็นการที่มีลิ่มเลือดที่แข็งตัวชิ้นเล็กๆ หลุดไปตามกระแสเลือดมาอุดตันหลอดเลือดในสมอง จนกระทั่งส่งผลให้สมองขาดเลือด ส่งผลให้เซลล์สมองเริ่มตายภายในเวลาไม่กี่นาทีและค่อย ๆ หยุดการทำงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาทและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ที่อาจต่อยอดความรุนแรงไปจนถึงการเสียชีวิต
ความผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1.โรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) : การอุดตันของหลอดเลือดคือสาเหตุกว่าร้อยละ 80 ของโรคที่ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ มักเกิดร่วมกับภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว ซึ่งมีต้นต่อจาก ไขมันอุดตัน บริเวณผนังหลอดเลือดทำให้เส้นเลือดมีลักษณะตีบแข็ง โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณด้านข้างลำคอทั้งสองข้าง ซึ่งมีหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหน้า ดังนั้น การตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่ที่บริเวณคอจึงช่วยให้เห็นว่ามีการตีบตัน หรือลักษณะการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดแดงใหญ่เป็นปกติหรือไม่ รวมถึงสามารถวัดปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองในอนาคต
2.โรคหลอดเลือดสมองชนิดเลือดออกในสมอง (Hemorrhagic Stroke) : โรคหลอดเลือดสมองชนิดนี้พบเห็นได้ประมาณร้อยละ 20 ของกลุ่มผู้ป่วย เป็นภาวะที่หลอดเลือดสมองแตกหรือมีการฉีกขาด จนเลือดจำนวนนั้นไหลเข้าไปคั่งในเนื้อสมองส่งผลให้เนื้อสมองตายในเวลาต่อมา สามารถเกิดได้หลายตำแหน่งทั้งเลือดออกในแกนสมอง และเลือดออกนอกแกนสมองแล้วเคลื่อนตัวมาเบียดแกนสมองอีกที เป็นอาการที่มักพบในผู้ป่วยที่มี โรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง รวมถึงผู้ป่วยที่มีผนังหลอดเลือดผิดปกติตั้งแต่กำเนิด
วิธีสังเกตอาการโรคหลอดเลือดสมองด้วยหลัก BEFAST
· B - Balance มีปัญหากับสมดุลและการทรงตัวผู้ป่วยมีการทรงตัวไม่ปกติ ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ประสานกันจนทรงตัวไม่ได้ วิงเวียนศีรษะบ่อย ๆ ลุกยืนยากกว่าคนทั่วไป ร่วมกับมีอาการเดินเซ
· E - Eye สายตาและการมองเห็นแย่ลง ลานสายตา หรือ ขอบเขตพื้นที่ของการมองเห็นภาพทั้งหมดเมื่อตามองตรงไปข้างหน้าผิดปกติ มีมุมมองการมองเห็นแคบลงกว่าที่เคย ตาพร่ามัว หรือมองไม่เห็นอย่างเฉียบพลัน อาจเกิดกับดวงตาข้างใดข้างหนึ่งหรือเกิดขึ้นพร้อมกันก็ได้
· F - Face หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว มีภาวะหน้าเบี้ยวเกิดขึ้น กล้ามเนื้อบนใบหน้าอาจจะขยับได้เพียงครึ่งซีก ปากเบี้ยว มุมปากตก สามารถสังเกตได้จากใบหน้าซีกซ้ายและซีกขวาทำงานไม่สัมพันธ์กัน หรือริมฝีปากไม่สามารถปิดให้สนิททำให้มีน้ำลายไหลบริเวณมุมปาก ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของอาการโรคหลอดเลือด หรืออาการสโตรกที่มักสังเกตเห็นได้ง่ายและชัดเจนที่สุด
· A - Arm แขนขาที่อ่อนแรง อาการของโรคหลอดเลือดสมองที่เห็นได้ง่าย คือ อาการแขนขาอ่อนแรงที่ข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีอาการชา ไม่มีแรงอย่างเฉียบพลัน หยิบของแล้วหล่นหลุดมือ เป็นต้น
· S – Speech พูดไม่ชัด ติดขัด ขยับปากได้ลำบากผู้ที่มีอาการโรคหลอดเลือดสมอง บางครั้งอาจมีปัญหาทางการพูด มักจะพูดติดขัด ไม่เป็นคำ หรือพูดไม่ชัด เมื่อขยับปากแล้วไม่สามารถบังคับริมฝีปากให้ขยับได้อย่างปกติ จนไม่สามารถพูดสื่อสารได้เหมือนเดิม และอาจมีอาการลิ้นแข็งร่วมด้วย
· T - Time มีอาการอย่างเฉียบพลัน จากอาการทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้อาจเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด หรือแสดงให้เห็นได้ชัดเจนในช่วงที่เพิ่งตื่นนอน แล้วหายไปภายใน 24 ชั่วโมง (จากอาการหลอดเลือดตีบชั่วคราว) แต่ก็นับเป็นอาการไม่ปกติที่ต้องรีบเข้าพบแพทย์ทันทีเช่นกัน
หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์ค้นพบว่าหากผู้ป่วยได้รับการรักษาทันท่วงทีในเวลา 4 ชั่วโมง 30 นาที โดยได้รับการฉีดยาละลายลิ่มเลือดผ่านทางหลอดเลือดดำก่อนที่เนื้อสมองจะค่อย ๆ ตายและหยุดการทำงาน หมายถึง โอกาสที่ผู้ป่วยจะห่างไกลจากความพิการและเสียชีวิตได้มากขึ้น
แนวทางการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
· การปรับไลฟ์สไตล์ เป็นการป้องกันที่ดีที่สุดจากการควบคุมปัจจัยเสี่ยงด้วยตัวเอง โดยการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เค็มจัด หวานมาก เพื่อลดความเสี่ยงในการก่อโรคความดันโลหิตสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
· ตรวจสุขภาพประจำปี หากอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่สุขภาพร่างกายยังแข็งแรง การเช็กสุขภาพโดยรวมปีละครั้งจะช่วยหาความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก รวมถึงค่าระดับน้ำตาล ไขมันในร่างกาย แต่หากมีโรคประจำตัวอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รับประทานยาให้ครบถ้วน และพบแพทย์ตามเวลานัดเสมอ
© 2026 Siammerx Co., Ltd